เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า บทความ เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 10/07/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 28/08/2563
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 14


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
กระทรวงอุตสาหกรรม
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6
ข้อมูลที่ปรึกษาธุรกิจ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เว็บความรู้ด้าน E-Marketing
โฮสติ้ง ฝากเว็บไซต์
เล่นเกมส์ออนไลน์ ฟรี.!
ฝากไฟล์ อัพโหลด
สร้าง Blog ของตัวเอง ฟรี.!
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
ระบบชำระเงินออนไลน์
หางาน-หาคน ฟรี.!
ช้อปปิ้งมอลล์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในไทย
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น
กูเกิล ค้นหาข้อมูลอะไรก็เจอ
ฟรี E-mail ด้วย ฮอทเมล์
ฟรี E-mail ด้วย yahoo
ฟรี E-mail ด้วย gmail
ฟรี socail network ด้วย Facebook
ฟรี socail network ด้วย Hi5
ช๊อปปิ้งมอลล์ IT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
เว็บสำหรับคนรัก UBUNTU
จดโดเมน
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย : SME BANK
ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกรุงไทย
ศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย เพื่อการค้นหาตัวที่ปรึกษา หรือจดทะเบียนที่ปรึกษา
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



Welcome to SRISAKULPAE Group ..
บทความ
Market Mix 4Ps / 7Ps สำหรับงานบริการ และ 16 Ps เพิ่มเติม (อ่าน 5466/ตอบ 0)

หลักการตลาด 4P (Marketing Mix)

การวางแผนการตลาดโดยใช้ 4P กลยุทธ์ทางการตลาดนั้นมีอยู่มากมาย แต่ที่เป็นที่รู้จัก และเป็นพื้นฐานที่สุด ควร ใช้ 4Ps (Product Price Place Promotion) เป็นตัวตั้งต้นก่อนที่จะพูดถึง 4Cs (Costomer need and want, Cost, Convenience, Communication) เรามาเรียงลำดับกัน ดังต่อไปนี้

P1. Product    > ตัวสินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์ ขององค์กร > การบรรจุหีบห่อ (Packaging) ก็มีความสำคัญ

P2. Price        > การตั้งราคา

P3. Place        > การกระจายสินค้า (Offline / Online)

P4. Promotion > การส่งเสริมการขาย (การโฆษณา / ประชาสัมพันธ์

C1. Costomer need and want  > ความอยาก หรือ ความต้องการ ของผู้บริโภค ต้องรู้ก่อนผลิตสินค้าเสมอ

C2. Cost    > การคิดต้นทุนการผลิต ต้องทำทุกครั้ง เพราะแต่ละรอบต้นทุนไม่เท่ากัน

C3. Convenience    > การวางแผนกระจายสินค้า ต้องมีความถูกต้อง รวดเร็ว

C4. Communication    > การสื่อสารถึงผู้บริโภค กระชับ สั้น ง่าย ชัดเจน 

   

และ 4Es ( 1) From Product to Experience 2) From Place to Everyplace 3) From Price to Exchange 4) From Promotion to Evangelism) ; (อ่านรายละเอียดในบทความถัดไป 4Ps & 4Cs & 4Es)

ซึ่งหลักการใช้คือการวางแผนในแต่ละส่วนให้เข้ากัน และเป็นที่ต้องการของกลุ่ม เป้าหมายที่เราเลือกเอาไว้ให้มากที่สุด โดยวิเคราะห์ร่วมกับ 4Cs  ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันโดยวิเคราะห์ 4Cs ก่อนเสมอ ในบางธุรกิจอาจจะไม่สามารถปรับเปลี่ยน ทั้ง 4P ได้ทั้งหมดในระยะสั้นก็ไม่เป็นไรเพราะ เรา สามารถ ค่อยๆปรับกลยุทธ์จนได้ ส่วนผสมทางการตลาดได้เหมาะสมที่สุด (4P เรียกว่า marketing mix) เราลองมา ดูกันทีละส่วน

1. Product

ก็คือสินค้าหรือบริการที่เราจะเสนอให้กับลูกค้า แนวทางการกำหนดตัว Product ให้เหมาะสมก็ต้องดูว่ากลุ่มเป้า หมายต้องการอะไร เช่น ต้องการน้ำผลไม้ที่ สะอาด สด ในบรรจุภัณฑ์ถือสะดวก โดยไม่สนรสชาติมากนัก (C1 ; Costomer need การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ณ ปัจจุบัน ก่อนที่จะทำการผลิตออกจำหน่าย และ Costomer want คือ การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ในอนาคต และต้องมีความพร้อมที่จะผลิตสินค้าออกมาในอนาคต) เราก็ต้องทำตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่ว่าเราชอบหวานก็จะพยายามใส่น้ำตาลเข้าไป แต่โดยทั่วไปแนวทางที่จะทำสินค้าให้ขายได้มีอยู่สองอย่างคือ

1.1 สินค้าที่มีความแตกต่าง โดยการสร้างความแตกต่างนั้น จะต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริงว่าต่างกันและ ลูกค้าตระหนักและชอบในแนวทางนี้ เช่นคุณสมบัติพิเศษ รูปลักษณ์ การใช้งาน ความปลอดภัย ความคงทนโดยกลุ่มลูก ค้าที่เราจะจับก็จะเป็นลูกค้าที่ไม่มีการแข่งขันมาก (niche market)

1.2 สินค้าที่มีราคาต่ำนั่นคือการยอมลดคุณภาพในบางด้านที่ไม่สำคัญลงไป (ซึ่งไม่ควรทำ) เช่น สินค้าที่ผลิตจากจีน จะมีคุณภาพไม่ดี นักพอใช้งานได้ แต่ถูกมากๆหรือ สินค้าที่เลียนแบบแบรนด์ดังๆ ในซุปเปอร์สโตร์ต่างๆ จริงๆแล้วสำหรับนักธุรกิจมือ ใหม่ควรเลือกในแนวทาง สร้างความแตกต่างมากกว่า การเป็นสินค้าราคาถูกเพราะ หากเป็นด้านการผลิตแล้วรายใหญ่ จะมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่ารายย่อย แต่หากเป็นด้านบริการ เราอาจจะเริ่มต้นที่ราคาถูกก่อน แล้วค่อยๆ หาตลาดที่ราย ใหญ่ไม่สนใจ

2. Price

       ราคาขายเป็นเรื่องที่สำคัญมากในเรื่องการตลาด หากหา C2 ; Cost ;โครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้ ก็ตั้งราาขายไม่ได่เช่นกัน (นี่คือสาเหตุหลักของนักธุรกิจไทยที่ยิ่งขายดี ยิ่งขาดทุน จะขอกู้เงินอยู่ล่ำไป) แต่ไม่ใช่ว่า คิดอะไรไม่ออกก็ลดราคาอย่างเดียวเพราะการลดราคาสินค้า อาจจะช่วยให้การขายดีขึ้นได้ อาจจะทำให้ยิ่งขาดทุน หากปัญหาอื่นๆยังไม่ได้รับการแก้ไข การตั้งราคาในที่นี้จะเป็นการตั้งราคาให้เหมาะสมกับ ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเป้าหมายของเรา เช่นหากเราขายน้ำผลไม้ที่จตุจักร ราคาอาจจะต้องถูกหน่อย แต่หากขายที่สยาม หากตั้ง ราคาถูกไปเช่น 10 บาท กลุ่มที่เป็นเป้าหมายอยากให้ซื้ออาจจะไม่ซื้อ (กลัวเป็นของไม่ดี) แต่คนที่ซื้ออาจจะเป็นคนอีกกลุ่มซึ่งมีน้อยกว่า และไม่คุ้ม ที่จะขายแบบนี้ในสยาม ยิ่งไปกว่านั้นหากราคา และรูปลักษณ์สินค้าดูไม่เข้ากัน ลูกค้าก็จะเกิดความข้องใจและอาจจะกังวลที่จะซื้อ เพราะราคาคือตัวบ่งบอกภาพลักษณ์ของสินค้าที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม ในด้านการทำธุรกิจขนาดกลางและย่อมแล้ว ราคาที่เราต้องการ อาจไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้น แต่จะมองกันในเรื่องของตัวเลข ซึ่งจะมีวิธีกำหนดราคาง่ายต่างๆดังนี้?

2.1 กำหนดราคาตามลูกค้า คือการกำหนดราคาตามที่เราคิดว่า ลูกค้าจะเต็มใจจ่าย ซึ่งอาจจะได้มาจากการทำสำรวจ หรือแบบสอบถาม

2.2 กำหนดราคาตามตลาด คือการกำหนดราคาตามคู่แข่งในตลาด ซึ่งอาจจะต่ำมากจนเราจะมีกำไรน้อยดังนั้นหาก เรา คิด ที่จะกำหนดราคาตามตลาด เราอาจจะต้องมานั่งคิดคำนวณย้อนกลับว่า ต้นทุนสินค้าควร เป็นเท่าไรเพื่อจะได้กำ ไร ตามที่ตั้งเป้า แล้วมาหาทางลดต้นทุนลง

2.3 กำหนดราคาตามต้นทุน+กำไร วิธีนี้เป็นการคำนวณว่าต้นทุนของเราอยู่ที่เท่าใด แล้วบวกค่าขนส่ง ค่าแรงของเรา บวกกำไร จึงได้มาซึ่งราคา แต่หากราคาที่ได้มาสูงมาก เราอาจจำเป็นต้องมีการทำประชาสัมพันธ์ หรือปรับภาพลักษณ์ ให้เข้ากับราคานั้น

3. Place

คือวิธีการนำสินค้าหรือการกระจายสินค้าไปสู่มือของลูกค้า หากเป็นสินค้าที่จะขายไปหลายๆแห่ง วิธีการขายหรือการกระจายสินค้าจะมีความ สำคัญมาก หลักของการเลือกวิธีกระจายสินค้านั้นไม่ใช่ขายให้มากสถานที่ที่สุดจะดีเสมอ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า สินค้าของท่านคือ อะไร และกลุ่มเป้าหมายท่านคือใคร เช่น ของใช้ในระดับบน ควรจะจำกัดการขายไม่ให้มีมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เสียภาพ ลักษณ์ได้สิ่งที่เราควรจะคำนึงอีกอย่างของวิธีการกระจายสินค้าคือต้นทุนการกระจายสินค้า เช่นการขายสินค้าใน 7-eleven อาจจะ กระจายได้ทั่วถึง แต่อาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่า หากจะกล่าวถึงธุรกิจที่เป็นการขายหน้าร้าน Place ในที่นี้ก็คือ ทำเล ซึ่งก็ควรเลือกที่ ให้เหมาะสมกับสินค้าของเราเช่นกัน อย่าง มาบุญครองกับ สยามเซ็นเตอร์ จะมีกลุ่มคนเดินที่ต่างออกไปและลักษณะสินค้าและ ราคาก็ไม่เหมือนกันด้วยทั้งๆที่ตั้งอยู่ใกล้กัน ท่านควรขายที่ใดก็ต้องพิจารณาตามลักษณะสินค้า โดยเฉพาะในปัจจุบัน ต้องมาพิจารณา C3 ; Convenience คือความถูกต้อง รวดเร็ว เที่ยงตรง แม่นยำ โดยเฉพาะมีในส่วนของการสั่งซื้อสินค้า Online เข้ามาร่วมด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับลูกค้า รวมถึงต้องมีช่องทางในการกระจายสินค้าหลากหลายช่องทาง หลากหลายรูปแบบ

4. Promotion (การส่่งเสริมการขาย)

คือการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อบอกลูกค้าถึงลักษณะสินค้าของเรา เช่นโฆษณาในสื่อต่างๆ หรือการทำกิจกรรม ที่ทำให้คนมาซื้อสินค้าของเรา เช่นการทำการลดราคาประจำปี หากจะพูดในแง่ของธุรกิจขนาดย่อม การโฆษณาอาจจะเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นเพราะจะต้องใช้เงิน จะมากหรือน้อยก็ ขึ้นกับ ช่องทางที่เราจะใช้ ที่จะดีและอาจจะฟรีคือ สื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งมีผู้ใช้เพิ่มจำนวนขึ้นมากในแต่ละปี สื่ออื่นๆที่ถูกๆ ก็จะเป็นพวก ใบปลิว โปสเตอร์ หากเป็นสื่อท้องถิ่นก็จะมี รถแห่ วิทยุท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น วิธีในการเลือกสื่อนอกจากจะดูเรื่องค่าใช้จ่าย แล้วควรดูเรื่องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่นหากจะโฆษณาให้กลุ่มผู้ใหญ่ โดยเลือกสื่ออินเตอร์เน็ต (เพราะฟรี) ก็อาจจะเลือก เวบไซต์ที่ผู้ใหญ่เล่น ไม่ใช้เวบที่วัยรุ่นเข้ามาคุยกัน เป็นต้น หาได้โดยเข้า Google พิมพ์คำว่า "โฆษณาฟรี" 

   โดยใช้กระบวนการสื่อสาร (C4 ; Communication) เข้ามาช่วยสร้างการรับรู้ เน้นการสร้างช่องทางการรับรู้ใช้เครื่องมือต่างๆ ทั้ง On Line และ Off Line ให้เข้าถึงผู้บริโภคให้ได้อย่างน้อย 1 ช่องทาง

  

 เวลานี้ P เขาว่ากันไปอีก...........นำไปขยายใน 4 P หลัก หรือเลือกใช้เป็นบางตัวให้เหมาะสมกับตัวสินค้า


อีก 3Ps เพิ่มเติม สำหรับงานบริการ

5. Privacy    คือ ความเป็นส่วนตัว ในส่วนของธุรกิจบริการ ข้อนี้สำคัญมาก พวกร้านสปา ร้านนวดแผนโบราณ ต้องจัดสถานที่ให้

          เกิดความรู้สึกว่าปลอดภัย ยิ่งร้านที่รับบริการทั้ง ชาย หญิง จะต้องจัดเรื่องสถานที่เป็นสำคัญ

6. People (ขยาย P1)  คือ ลักษณะของลูกค้า หรือผู้บริโภค เช่น รูปแบบการทำงาน, รูปแบบครอบครัว, รูปแบบกาดำรงชีพ, การเสพสื่อ เป็นการวิเคราะห์ตัวลูกค้าโดยตรง เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้โดยง่าย หรือทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายหรือรวดเร็ว อาจจะด้วยราคาที่เหมาะสม

7. Power  คือ อำนาจของการซื้อ หรือความสามารถในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค เป็นอีกเรื่องนึงที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เช่น ราคาสูงเกินไป อาจถูกมองว่าแพง และถ้าราคาต่ำ อาจถูกมองว่าเป็นของไม่ดี ไม่มีคุณภาพ จึงต้องคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าในแต่ละกลุ่ม อาจต้องวิเคราะห์ไปจึง STP เฉพาะตัว P = Position คือการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวสินค้า ว่าวางไว้ในตำแหน่งไหน สำหรับกลุ่มลูกค้าใด ศึกษาเรื่อง STP ต่อได้ในทฤษฎีการตลาดต่อไป


หากยังไม่พอก็เพิ่มเติมได้อีก ดังต่อไปนี้

8. Packaging + Logo / ฉลาก ในส่วนนี้เข้ามาช่วยเพิ่มเติมในส่วนของ P1 ให้มีความสมบูรณ์มาขึ้น  คือ การใช้บรรจุภัณฑ์ กล่อง หรืออื่นๆ ถ้าประยุกต์มาก็น่าจะหมายถึง บุคลิก หน้าตา การแต่งตัว ให้ดูดีสวยงาม เหมาะสม เพื่อสร้างการจดจำ อาจสร้างมูลค่าเพิ่มได้ แต่พึงระวังในส่วนของการบรรจุหีบห่อ ไม่ควรเกิน 5-7% ของราคาขาย  ถ้ามากเกินไปผู้บริโภคอาจจะเกิดความรู้สึกว่าแพงเกินไป (บางครั้งบรรจุภัณฑ์เป็นภาระของผู้บริโภคที่ต้องนำไปทิ้ง ไม่สร้างมูลค่า กินไม่ได้) ถ้าในส่วนของงานบริการก็คือ การตกแต่งสถานที่


9. PROCESS (ขยาย P1) คือ  กระบวนการผลิต หรือกระบวนการการให้บริการ, ต้องมีกระบวนการเป็นแบบมาตรฐาน มีความปลอดภัย มีการตรวจสอบ มีของเสียน้อย ต้นทุนต่ำ สามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อความเหมาะสมกับสถานะการณ์ การดำเนินการ, กรรมวิธี, ขั้นตอนการปฏิบัติ

10. Personalize คือ การให้บริการแบบเฉพาะเจาะจงบุคคล ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นกลุ่มมีเงิน หรือที่เรียกว่า กลุม Premiem ที่ต้องเป็นกลุ่มนี้ เพราะมีเงินจ่ายในมูลค่าการบริการที่สูง เช่น กลุ่มที่ใช้รถยนต์ราคาแพง กลุ่มที่ชอบทานอาหารในห้องส่วนตัวมีพนักงานบริการโดยเฉพาะ และมีความเป็นส่วนตัว

11. Presentation (ขยาย P4) คือ การนำเสนอภาพพจน์ หรือ ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ สามารถทำได้หลายรูปแบบทั้ง n line และ Off line ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ต้องแสดงให้ลูกค้าเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ของเรามีดีกว่า หรือดีกว่า หรือเหนือกว่าคู่แข่ง

12. Payment   คือ การชำระเงิน, หรือวิธีการชำระเงิน ผปก. ต้องอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทั้งระบบ On Line และ Off Line ไม่ว่าจะเป็น จ่ายด้วยเงินสด เงินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรเดบิต จ่ายผ่าน QR Code ของ ผปก. จ่ายด้วย E-Bank M-Bank หรือ พวก Walet ของค่ายต่างๆ หรือวิธีการอื่นๆ

13. Public relation คือ การประชาสัมพันธ์แบบเฉพาะเจะจง ใช้สำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก หรือ การใช้สินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือ เฉพาะเจาะจง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะทำให้การ ปชส. ได้อย่างครบถ้วนแม่นยำ และประหยัดค่าใช้จ่าย

14. Profit (ขยาย P2)  คือ การทำธุรกิจมุ่งแสวงหากำไรทั้งนั้น กำไรจะได้มากหรือน้อย ก็อยู่ที่โครงสร้างต้นทุน ถ้าทำได้ถูกต้อง กิจการก็เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง และสามารถวางแผนงานได้สำเร็จลุล่วง

15. Pro คือ มีความเป็นมืออาชีพ เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจในคำคำนี้ ให้ได้มากที่สุด เพราะจะต้องรับรู้รับทราบ ความเป็นมา เป็นไป ของธุรกิจในแต่ละวัน พูดง่ายๆ ต้องรู้ทุกเรื่อง ต้องใจถึง ผึ่งได้

16. Planning (ขยาย P1-P4) คือ ในทุกกระบวนการต้องมีการการวางแผน โดยใช้หลัก PDCA เพื่อควบคุมการทำงานทุกระบวนการ


ถ้าสามารถทำได้แบบครบถ้วนกระบวนความ ก็จะมีแต่ความเจริญยิ่งๆขึ้นไป

 

 หากไม่เข้าใจหรือสงสัยต้องการคำอธบายเพิ่มเติม หรือมีข้อคำถามฝากคำถามได้ที่ ssp.chatchawal@gmail.com ยินดีตอบทุกคำถาม

Download
สินค้า/บริการ แนะนํา

หน้าแรก  |  สินค้า  |  บทความ  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//