เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 10/07/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 13/08/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 14


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
กระทรวงอุตสาหกรรม
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6
ข้อมูลที่ปรึกษาธุรกิจ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เว็บความรู้ด้าน E-Marketing
โฮสติ้ง ฝากเว็บไซต์
เล่นเกมส์ออนไลน์ ฟรี.!
ฝากไฟล์ อัพโหลด
สร้าง Blog ของตัวเอง ฟรี.!
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
ระบบชำระเงินออนไลน์
หางาน-หาคน ฟรี.!
ช้อปปิ้งมอลล์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในไทย
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น
กูเกิล ค้นหาข้อมูลอะไรก็เจอ
ฟรี E-mail ด้วย ฮอทเมล์
ฟรี E-mail ด้วย yahoo
ฟรี E-mail ด้วย gmail
ฟรี socail network ด้วย Facebook
ฟรี socail network ด้วย Hi5
ช๊อปปิ้งมอลล์ IT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
เว็บสำหรับคนรัก UBUNTU
จดโดเมน
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย : SME BANK
ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกรุงไทย
ศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย เพื่อการค้นหาตัวที่ปรึกษา หรือจดทะเบียนที่ปรึกษา
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



Welcome to SRISAKULPAE Group ..
บทความ
การใช้ SWOT Anlysis วิเคราะห์สถานการณื (อ่าน 6923/ตอบ 0)

การวิเคราะห์ธุรกิจด้วยหลัก SWOT

 ***ก่อนทำการวิเคราะห์ ต้องมีคู่เปรียบเทียบ อย่างน้อย 2 กิจการ***

        ปัจจุบัน ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก และการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงแบบขนานใหญ่ (Upheaval) ทำให้องค์กรทุกองค์กรได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากองค์กรใดไม่สามารถปรับตัวจากผลกระทบดังกล่าวได้ องค์กรนั้นก็จะตกขอบหรือสูญพันธ์ไปได้ในที่สุด ดังนั้นรูปแบบในการปรับเปลี่ยน ประการแรก คือการปรับองค์กรให้มีขนาดเล็กลง (Downsizing) เพื่อลดกฎข้อบังคับ(Deregulation) ต่าง ๆ ให้เหลือน้อยลง เนื่องจากกฎข้อบังคับต่าง ๆ จะเป็นจุดอ่อน (Weakness) หรือข้อจำกัดในการแข่งขันขององค์กร ประการที่สอง องค์กรจะต้องกลับมาพิจารณาว่าเจตจำนงของกลยุทธ์ (Strategic Intent) ภายในองค์กรเป็นอย่างไรบ้าง โดยให้จำแนกถึงแรงกดดันการเปลี่ยนแปลงจากภายในและภายนอกองค์กร ตลอดจนประเมินทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ รวมทั้งผู้ถือหุ้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจตจำนงของกลยุทธ์ รวมทั้งการประเมินผลการย้อนกลับทางด้านสมรรถนะในการดำเนินงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย ซึ่งกระบวนการดังกล่าว คือการสร้างวิสัยทัศน์ (Vision) ในระยะยาวให้กับองค์กร ที่กำลังจะปรับเปลี่ยนไปสู่องค์กรใหม่ในอนาคต อย่างไรก็ตามการวางรูปแบบทางแผนกลยุทธ์ที่นิยมอาจมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบในการดัดแปลง (Adaptive) รูปแบบนี้จะเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Uncertain environment) ทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อให้การดำเนินงานมีความถูกต้อง (Right to play) ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งจะเป็นการวางรูปแบบ ที่เน้นกลยุทธ์ (Strategic Approach) การวางรูปแบบนี้ต้องคำนึงถึงระดับของสภาพแวดล้อมภายนอกที่ไม่แน่นอนจนมีผลกระทบต่อกลยุทธ์ ทำให้องค์กรต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น ข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมทางกลยุทธ์อาจมีผลทำให้องค์กรทราบถึงจุดอ่อน และนำจุดอ่อนกลับมาวางรูปแบบในการป้องกันองค์กร เพื่อให้องค์กรปราศจากวิกฤตหรืออยู่รอดปลอดภัยในการดำเนินการทางธุรกิจ

        โดยทั่วไปคำว่าภารกิจ (Mission) มีความหมายที่แสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ที่แท้จริงของฝ่ายบริหารที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ นำแนวทางดังกล่าวไปใช้ในการบริหารงาน ส่วนคำว่าวิสัยทัศน์ (Vision) แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงของฝ่ายบริหารอาวุโส ที่มุ่งเน้นอธิบายตำแหน่งของการแข่งขันที่บริษัทต้องการให้บรรลุผลตามกรอบระยะเวลาที่องค์กรกำหนดไว้ โดยพนักงานต้องมีความสามารถ ในแง่ทักษะหลัก (Core Competencies) ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจนทำให้องค์กรก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ โดยสรุปแล้ววิสัยทัศน์จะเป็นการวางกรอบในการจัดทำแผนกลยุทธ์ในแนวกว้างสำหรับองค์กรไปสู่อนาคตนั่นเอง

        ดังนั้น ก่อนจัดทำแผนกลยุทธ์ องค์กรจำเป็นจะต้องวิเคราะห์ SWOT (Strength ; Weakness ; Opportunity Threat) เสียก่อน เพื่อให้เกิด Value และความสามารถในเชิงทักษะในการดำเนินงาน ทั้งนี้อาจจะใช้รูปแบบของแนวความคิดวงจรชีวิตของบริษัท (Company life cycle concept) และกรอบการบริหาร 7’S ของ McKinsey มาดำเนินการวิเคราะห์ SWOT สำหรับองค์กร ก็ได้ ยกตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT มีรายละเอียดดังนี้

 

ศักยภาพภายในที่เป็นจุดแข็ง (Strength)

        - หน่วยงานที่สำคัญต้องมีความสามารถหลัก (Core Competencies)

        - มีทรัพยากรทางด้านการเงินที่ดีพอ

        - ผู้ซื้อมีความคิดที่ดีต่อองค์กรหรือผลิตภัณฑ์

        - ทุกคนทราบดีว่าเราเป็นผู้นำทางการตลาด

        - พนักงานทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีกับกลยุทธ์ของทุกหน่วยงาน

        - การผลิตหรือการดำเนินการมีลักษณะการผลิตแบบประหยัดตามขนาด (Economics of Scale)

        - มีระบบป้องกัน (อย่างน้อยที่สุดต้องมีอะไรบ้างเป็นตัวป้องกัน) จากแรงกดดันของการแข่งขันที่รุนแรงจากภายนอก

        - เป็นเจ้าของสิทธิบัตรทางด้านเทคโนโลยีเป็นของตนเอง

        - มีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุน

        - มีการรณรงค์เกี่ยวกับการโฆษณาทีดีเยี่ยม

        - มีทักษะทางด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

        - มีการบริหารการจัดการการตรวจสอบ

        - มีแนวโน้มในด้านความชำนิชำนาญที่สูงขึ้น

        - มีขีดความสามารถในการผลิตที่ดีเยี่ยม

        - มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีชั้นสูง

        - อื่น ๆ

ศักยภาพภายในที่เป็นจุดอ่อน (Weakness)

        - ทิศทางของแผนกลยุทธ์ไม่มีความชัดเจน

        - อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ล้าสมัย

        - สามารถทำกำไรได้สูงกว่าราคา Par เฉพาะบาง Par เท่านั้น เพราะ…….

        - ขาดการบริหารการจัดการที่เจาะลึก และความรู้ความสามารถ

        - ขาดทักษะที่สำคัญบางประเภทไป หรือความสามารถในเชิงทักษะ

        - ไม่มีการจดบันทึก การติดตามการนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติ

        - มีปัญหาในการปฏิบัติงานภายในเกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร

        - ไม่มีการทำ R&D

        - สายงานของตัวผลิตภัณฑ์ มีลักษณะค่อนข้างแคบ

        - ภาพลักษณ์ทางการตลาดอยู่ในเกณฑ์แย่มาก

        - เครือข่ายการจำหน่ายแย่มาก

        - ทักษะทางการตลาดอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย หรืออยู่ในเกณฑ์ต่ำ

        - ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจำเป็นทางด้านการเงินในแผนกลยุทธ์ได้

        - ต้นทุนโดยรวมของหน่วยสูงกว่าคู่แข่งขันที่สำคัญ ๆ

        - อื่น ๆ

ศักยภาพภายนอกที่เป็นโอกาส (Opportunity)

        - ความสามารถในแง่การให้บริการกับกลุ่มลูกค้า หรือ การขยายตลาดใหม่ หรือส่วนแบ่งทางการตลาด

        - เส้นทางการขยายผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามพิสัยในแนวกว้างของความจำเป็นของลูกค้า

        - ความสามารถในการถ่ายทอดทักษะ หรือ ความรู้ในการดำเนินการด้านเทคโนโลยี เพื่อให้

          เกิดผลิตภัณฑ์ หรือธุรกิจใหม่

        - การบูรณาการแบบมองไปข้างหน้า (Forward) หรือแบบมองไปข้างหลัง (Backward)

        - มีการทำลายการปิดกั้นทางการค้า เพื่อดึงดูดใจตลาดต่างประเทศเข้ามาทำธุรกรรม

        - ธุรกิจส่วนใหญ่เน้นการสร้างความพึงพอใจ

        - มีความสามารถในการสร้างความเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพราะตลาดมีอุปสงค์เพิ่มสูงขึ้นมาก

        - มีการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปด้วย

ศักยภาพภายนอกที่เป็นข้อจำกัด (Threat)

        - คู่แข่งขันชาวต่างชาติมีต้นทุนที่ต่ำกว่า

        - ผลิตภัณฑ์ทดแทนการนำเข้ามีราคาสูงขึ้น

        - ตลาดมีอัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า

        - อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวนค่อนข้างมาก และนโยบายการค้าของ

รัฐบาลต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

        - ต้องการควบคุมทางด้านต้นทุน

        - มีสภาวะถดถอย และวงจรธุรกิจขาดเสถียรภาพ

        - มีอำนาจในการเจรจาต่อรองกับลูกค้า และผู้ส่งมอบมากยิ่งขึ้น

        - รสนิยม และความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

        - มีการเปลี่ยนแปลงประชากรเพิ่มมากยิ่งขึ้น

        - อื่น ๆ

       

 เมื่อวิเคราะห์ SWOT เสร็จเรียบร้อยแล้ว การจัดทำแผนกลยุทธ์สามารถจัดทำแผนได้ 4 รูปแบบด้วยกัน (ดังรูป) คือ

- การจัดทำแผนกลยุทธ์เชิงรุก (Aggressive Strategy)

          - การจัดทำแผนกลยุทธ์เชิงหลากหลาย (Product differentiation) เพื่อลดความเสี่ยงทาง

  ธุรกิจ (Diversification Strategy)

          - การจัดทำแผนกลยุทธ์เชิงมุ่งเน้นรอบด้าน (Turnaround oriented Strategy)

          - การจัดทำแผนกลยุทธ์เชิงป้องกัน (Defensive Strategy)

        โดยสรุปแล้วการจัดทำแผนกลยุทธ์ที่ดี จะทำให้องค์กรบรรลุผลหรือได้รับชัยชนะไปครึ่งหนึ่งแล้ว เนื่องจากแผนกลยุทธ์ที่จัดทำมีเส้นทางการเดินทาง (Mapping)ที่ชัดเจน ทำให้องค์กรจัดสรรทรัพยากรต่างๆ สอดคล้องกับ Core Competencies ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามช่วงเวลาของแผน ส่งผลทำให้การใช้ทรัพยากรต่างๆ รวมทั้งทรัพยากรทางด้านการเงิน (Financial Resources) มีการใช้งานได้สมกับอรรถประโยชน์สูงสุดขององค์กร รวมทั้งก่อให้เกิด Value Added ต่อองค์กรและผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริงอีกด้วย

การแข่งขันในการขาย

      S = จุดแข็ง (Strengths)             ควรจะ รักษา / ผลักดัน

    W = จุดอ่อน (Weaknesses)                    ควรจะ ปรับปรุง

     O = โอกาส  (Opportunities)                  ควรจะ นำมาใช้

     T = อุปสรรค  (Threats)              ควรจะ หลีกเลี่ยง / แก้ไข / ป้องกัน

          S และ W                           มองที่ตัวเอง

          O และ T                            มองที่ตลาด

 

การสร้างกลยทธ์ด้วย SWOT

S จุดแข็ง (Strengths)                              W จุดอ่อน (Weaknesses)

วิเคราะห์สิ่งดีที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์                 วิเคราะห์สิ่งไม่ดีที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์

(Product) และบริษัท (Company)                  (Product) และบริษัท (Company)

O โอกาส (Opportunities)                           T อุปสรรค (Threats)

ต้องวิเคราะห์หลายๆ ด้าน เช่น                                วิเคราะห์เช่นเดียวกันกับโอกาสแต่ในทางกลับกัน

1. บริษัท ชื่อเสียง ภาพพจน์ในสายตาลูกค้า                1.  ผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบในทางลบต่บริษัท

     เหนือกว่าคู่แข่ง                                               2. จุดแข็งของคู่แข่ง

2. จุดอ่อนของคู่แข่ง                                              3. พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไม่สอดคล้องกับการดำเนินกิจการของ

3. พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจ                           บริษัท

   โดยพิจารณาจากค่านิยมและรูปแบบการดำรงชีวิต

 

S / O    =          จุดแข็งเสริมโอกาส

W / O   =          กำจัดจุดอ่อนฉวยโอกาส

S / T     =          จุดแข็งพิชิตอุปสรรค

W / T    =          หลีกเลี่ยงจุดอ่อน และอุปสรรค

 

หากไม่เข้าใจหรือสงสัยต้องการคำอธบายเพิ่มเติม หรือมีข้อคำถามฝากคำถามได้ที่ ssp_kr@hotmail.com และ ssp.chatchawal@gmail.com ยินดีตอบทุกคำถาม

Download
สินค้า/บริการ แนะนํา

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//